วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เรียนวันอังคารที่ 29 กรกฏาคม 2551

Certificate
ประกาศนียบัตรในผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น เป็นเสมือนสิ่งที่รับรองบุคคลว่า บุคคลที่ได้รับประกาศนียบัตรนั้นมีความรู้ความชำนาญในเรื่องของผลิตภัณฑ์นั้น สามารถที่จะทำงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายบริษัทและองค์กรต่างมีการออกประกาศนียบัตรเพื่อรับรองถึงคุณภาพของบุคลากรที่ได้รับประกาศนียบัตรของตน ซึ่งต้องมีการทดสอบในเรื่องความรู้และความชำนาญในผลิตภัณฑ์ของตน บทความนี้เป็นการบอกเล่าถึงประกาศนียบัตรประเภทต่างๆ ของแต่ละบริษัท เช่น ไมโครซอฟท์ ซิสโก้ ซัน และโนเวล นอกจากนี้ในตอนท้ายมีขั้นตอนในการเตรียมพร้อมเพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จในการสอบใบ
ประกาศนียบัตร
หากกล่าวถึงเรื่องของประกาศนียบัตร (Certificate) หรือใบรับรองความสามารถนั้น นับได้ว่าเป็นสิ่งที่รับรองถึงความรู้ความสามารถของบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีจนถึงขั้นที่ว่าเป็นมาตรฐานเลยทีเดียว ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ด้านคอมพิวเตอร์ของบริษัทผู้ผลิต และองค์กรบางองค์กรได้ออกประกาศนียบัตรเพื่อรับรองถึงคุณภาพของบุคลากรที่ได้รับประกาศนียบัตรของตน เทคโนโลยีในด้านต่างๆ มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยเฉพาะในส่วนของเทคโนโลยีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์นั้นมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา บริษัทและองค์กรต่างๆ ที่มีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ภายในองค์กรนั้น ย่อมต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ในด้านของเทคโนโลยีดังกล่าว เมื่อความรู้และเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง บุคลากรเหล่านั้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จึงเป็นธรรมดาที่ต้องพัฒนายกระดับความรู้ความสามารถของตนเองให้สามารถทำงานกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงให้ได้ การพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรทำได้หลายทาง ยกตัวอย่าง เช่น การศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง การสอบถามจากบุคคลอื่นที่มีความรู้และความชำนาญมากกว่า และการเข้ารับการอบรม เป็นต้น การสอบเพื่อให้ได้ใบประกาศนียบัตรเป็นหนึ่งในแนวทางการยกระดับความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบุคลากร รวมถึงองค์กรตลอดจนถึงระดับประเทศด้วย ปัจจุบัน เจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้นมีการจัดสอบเพื่อวัดระดับความรู้ของบุคคลมีต่อผลิตภัณฑ์ของตนเพื่อที่จะสามารถประเมินได้อย่างคร่าวๆ ว่าบุคคลนั้นมีความรู้ความชำนาญในเรื่องของผลิตภัณฑ์มากน้อยเพียงไร บริษัทผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์อันเป็นที่นิยมอาทิเช่น ไมโครซอฟท์ ซัน ไมโครซิสเต็ม ซิสโก้ซิสเต็ม ออราเคิล และโนเวล ซึ่งประกาศนียบัตรของแต่ละผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป เรามาลองพิจารณารายละเอียดประกาศนียบัตรต่างๆ ของผู้ผลิตซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นกัน
1 . Cisco Certified Network Associate (CCNA)เป็นประกาศนียบัตรที่ผู้ที่ได้รับต้องมีความรู้ในเรื่องของระบบเครือข่าย สามารถติดตั้งและดูแลจัดการระบบเครือข่ายขนาดเล็กได้ CCNA นี้ไม่มีวิชาบังคับที่ต้องได้รับมาก่อน (Exam Prerequisite) เมื่อสอบผ่านวิชาใดวิชาหนึ่ง ก็สามารถได้รับประกาศนียบัตรนี้ ค่าใช้จ่ายในการสอบ 8, 000บาท
2. Cisco Certified Network Professional (CCNP)เป็นประกาศนียบัตรที่ผู้ที่ได้รับต้องมีความรู้เป็นอย่างดีในเรื่องของระบบเครือข่าย สามารถติดตั้งและดูแลจัดการระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ การที่จะสามารถสอบ CCNP ได้ต้องสอบผ่าน CCNA มาก่อน ค่าใช้จ่ายในการสอบ 36,000บาท
3.Cisco Certified Internetwork Expert (CCIE)เป็นประกาศนียบัตรขั้นสูงสุดในส่วนของ Network Installation and Support Certification และ Communication and Services Certificationฺค่าใช้จ่าบในการสอบ 140,000บาท
เรีอนวันอังคารที่ 8 กรกฏาคม 2551

การต่อสาย LAN

การทำสายสัญญาณ เพื่อใช้เองในบ้านหรือในสำนักงานขนาดเล็กก็ได้ วิธีการก็ไม่มีอะไรมากอย่างแรกเลยก็จัดเตรียมเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ให้ครบถ้วนก่อนจะได้ไม่ต้องวิ่งหาตอนติดตั้ง โดยอุปกรณ์โดยทั่วไปก็มี สายสัญญาณหรือ UTP Cable หรือที่บ้านเราเรียกกันว่าสาย LAN แล้วก็หัว RJ-45 (Male), Modular Plug boots หรือตัวครอบสาย หากว่ามี Wry Marker แล้วก็จะมีเหมือนกันเพราะว่าจะช่วยในการทำให้เราจำสายสัญาณได้ว่าปลายด้านไหนเป็นด้านไหน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วก็จะเป็นหมายเลข ไว้ใส่ในส่วนปลายทั้งสองด้านเพื่อให้ง่ายในการตรวจสอบระบบสายสัญญาณ คีมแค้มสายสัญญาณ หรือ Crimping Tool, มีดปอกสาย หรือ Cutterเอาละมาว่ากันเลยดีกว่าก่อนอื่นก็หยิบมีดหรือ Cutter อันเล็ก ๆ มาอันหนึ่งแล้วก็เล็งไปที่นิ้วจากนั้นก็ตัดนิ้วทิ้งไปซะ แล้วค่อยเอาหัว RJ มาต่อกับนิ้วแทน เท่านี้คุณก็สามารถเชื่อมต่อตัวคุณเองเข้าสู่ระบบเครือข่ายด้วยความไวสูงสุดถึง 100 มิลลิลิตรต่อนาที บางทีอาจจะเป็น Full Duplex Mode อีกต่างหาก ล้อเล่น ๆ เอาละนะใช้มีดปอกสายสัญญาณที่เป็นฉนวนหุ้มด้านนอกออกให้เหลือแต่ สายบิดเกลียวที่อยู่ด้านใน 8 เส้นแล้วก็จะเห็นด้ายสีขาว ๆ อยู่ให้ตัดทิ้งได้ โดยการปอกสายสัญญาณนั้นให้ปอกออกไว้ยาว ๆ หน่อยก็ได้ประมาณสัก 1 เซ็นครึ่งก็น่าจะได้นะตามตัวอย่างดังรูปข้างล่างนี้จากนั้นก็ให้ใส่ Modular Plug boots เข้ากับสาย UTP ด้านที่กำลังจะต่อกับหัว RJ-45

การ Cross สาย

Lanของฝากวันนี้บอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับระบบสายสัญญาณให้ฟังแล้วกันนะ หลายๆ คนคงเคยทำระบบเครือข่ายมาบ้าง และคงสงสัยอยู่ว่าบางครั้งเขาใช้สายธรรมดา บางครั้งใช้สาย Cross บ้าง แล้วสองสายนี้แตกต่างกันอย่างไรบ้าง ลองมาดูลักษณะการเชื่อมต่อภายในของสาย UTP 8 เส้นที่ว่าก่อนดีกว่าว่าเป็นยังไงบ้างดูรูปเลยแล้วกัน ถ้าเป็นการเข้าสายแบบธรรมดาหรือที่เขาใช้กันทั่วไป จะเป็นการต่อแบบที่ 1 ไป และ 2 ไป 2 จนถึง 8 ส่วนการไล่สีก็จะมีเป็นมาตรฐานกลาง ๆ ในการ ใช้ดังที่แสดงอยู่นั่นแหละ อันนี้เขาจะใช้เชื่อมต่อระหว่าง เครื่องคอมพิวเตอร์มาที่ HUB หรือ Switchingส่วนข้างล่างนี้เป็นการเข้าสายที่เราเรียกว่า Cross Cable นั่นเอง สังเกตว่าจะเป็นการสลับระหว่าง 1,2,3,6 ซึ่งเขา มักจะใช้ในกรณีของเชื่อมต่อระหว่าง HUB-to-HUB โดยที่ไม่ผ่านทาง Uplink Port คือ ต่อจาก Port ธรรมดาไป Port ธรรมดา เขาต้องใช้สาย Cross และเราสามารถนำมาดัดแปลง ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์สองเครื่องที่ต้องการต่อเป็น เครือข่ายโดยผ่านทางสาย UTP ได้โดยการใส่ LAN Card ลงที่เครื่องทั้งสองแล้วใช้สาย Cross ในการเชื่อมต่อเครื่อง ทั้งสองให้เป็นระบบเครือข่ายโดยไม่ต้องใช้ HUB ก็ได้ส่วนสายอีก 4 เส้นที่เหลือคือ 4,5,7,8 ก็ไม่ต้องไปสลับอะไรกับมันก็ได้ เพราะว่าไม่ได้ใช้ในการส่งสัญญาณนะจ๊ะ..รูปแสดงคีมหรือ Crimping Tool ที่จะใช้ในการแค้มหัว อันนี้เป็นของยี่ห้อ Amp ราคาในตลาดก็คงประมาณ 5,000-6,000 บาทมั้งแต่ถ้าไม่ได้ใช้เยอะก็แนะนำให้เดินซื้อแถวพันทิพย์ หรือ ศูนย์คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ทุกมุมในปัจจุบันนี้ ถ้าเอาแบบพอใช้ได้ราคาก็ประมาณ 400-800 บาท คุณภาพก็พอใช้ได้นะ ผมก็เคยซื้อมาใช้หลายอันแล้ว แต่ของ Amp นี้ค่อนข้างน่าใช้และชัวร์กว่าเยอะในการเข้าสาย แต่ราคานี่สิผมว่ามันไม่ค่อยจะน่าสนเท่าไหร่ ถ้าเราไม่มีอาชีพในการทำงานด้านนี้เฉพาะหรือ ต้องมีการเดินระบบสายสัญญาณบ่อย ๆรูปของคีมหรือ Crimping Tool ด้านหน้าที่จะใช้แค้มสายหลังจากที่ปอกสายเสร็จแล้วก็ให้ทำการแยกสายทั้ง 4 คู่ที่บิดกันอยู่ออกเป็นคู่ ๆ ก่อนโดยที่ให้แยกคู่ต่าง ๆ ตามลำดับต่อไปนี้ ส้ม-ขาวส้ม ---> เขียว-ขาวเขียว ---> น้ำเงิน-ขาวน้ำเงิน ---> น้ำตาล-ขาวน้ำตาล เพื่อแบ่งสายออกเป็นหมวดหมู่ใหญ่ ๆ ก่อน จากนั้นจึงค่อยมาทำการแยกแต่ละคู่ออกมาเป็นเส้น โดยให้ไล่สีดังนี้ขาวส้ม ---> ส้ม ---> ขาวเขียว ---> น้ำเงิน ---> ขาวน้ำเงิน ---> เขียว ---> ขาวน้ำตาล ---> น้ำตาลซึ่งสีที่ไล่นี้เป็นสีที่ใช้เป็นมาตรฐานในการเชื่อมต่อ ซึ่งจริง ๆ แล้วการเข้าสายมีมาตรฐานการไล่สีอยู่หลัก ๆ ก็ 2 แบบแต่ในที่นี้ผมเอาแบบนี้แล้วกันเพราะว่าส่วนมากแล้วเขาจะใช้วิธีการไล่สีแบบนี้ หลังจากจัดเรียงสีต่าง ๆ ได้แล้วก็ให้จัดสายให้เป็นระเบียบ ให้พยายามจัดให้สายแต่ละเส้นชิด ๆ กัน ดังรูปหลังจากนั้นให้ใช้คีมตัดสายสัญญาณที่เรียงกันอยู่นี้ให้มีระบบปลายสายที่เท่ากันทุกเส้น โดยให้เหลือปลายสายยาวออกมาพอสมควร จากนั้นก็ให้เสียบเข้าไปในหัว RJ-45 ที่เตรียมมา โดยให้หันหัว RJ-45 ดังรูปจากนั้นค่อย ๆ ยัดสายที่ตัดแล้วเข้าไป โดยพยายามยัดปลายของสาย UTP เข้าไปให้สุดจนชนปลายของช่องว่าในหัว RJ-45 เลยจุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการเชื่อมต่อสายสัญญาณในช่วงนี้ก็คือต้องยัดฉนวนหุ้มที่หุ้มสาย UTP นี้เข้าไปในหัว RJ-45 ด้วย โดยพยายามยัดเข้าไปให้ได้ลึกที่สุดแล้วกัน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการหักงอของสายง่าย โดยให้ยัดเข้าไปให้ได้ดังรูปข้างล่างนี้แล้วก็นำเข้าไปใส่ในช่องที่เป็นช่องแค้มหัวของ RJ-45 ในคีมที่จะใช้แค้มหัว หรือ Crimping Tool ให้ลงล็อกของคีมพอดี จากนั้นก็ให้ทำการกดย้ำสายให้แน่น เพื่อให้ Pin ทีอยู่ในหัว RJ-45 นั้นสัมผัสกับสายทองแดงที่ใส่เข้าไป บรรจงนิดหนึ่งนะครับในช่วงนี้ เพราะว่าเป็นช่วงหัวเลียวหัวต่อของชีวิตสายสัญญาณของคุณเลยแหละ เท่าที่ประสบการในการเข้าสายสัญญาณของผม ถ้าเป็นไอ้เจ้า Amp นี่ก็ไม่ต้องออกแรงมากเท่าไหร่ก็ OK ได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบของทั่ว ๆ ไปก็คงต้องออกแรงกดกันนิดหนึ่งแล้วกันอ้า...ท้ายที่สุดก็จะได้ปลายสัญญาณของระบบที่คุณต้องการดังกล่าวดังรูป ที่นี้ก็ไปทำอย่างที่ว่ามานี้อีกครั้งหนึ่งที่ปลายสายอีกด้านหนึ่ง แต่อย่าหลงเข้าใจผิดว่านี่เป็นสาย Cross นะ เพราะว่าสาย Cross นั้นคุณต้องทำการสลับสายสัญญาณที่เข้านี้ ลองไปดูหัวข้อ Tip of the Day นะผมแนะนำการเข้าสาย Cross ไว้ที่นั่นแล้ว เพราะว่าการเข้าสายทั้งสองแบบนี้การไล่สีของสายไม่เหมือนกัน แตกต่างกันนิดหน่อย ส่วนสาย Cross เราสามารถนำเอาไปเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องให้เป็นระบบเครือข่ายได้โดยที่ไม่ต้องใช้ HUB ได้เลย แต่ได้แค่ 2 เครื่องเท่านั้น ส่วนสายแบบที่ต่อตรง ๆ นั้นจะใช้เชื่อมต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์มายัง HUB

มาตรฐานการเข้า RJ-45

Pin# Signal EIA/TIA 568A EIA/TIA 56
1 Transmit+ ขาวเขียว ขาวส้ม
2 Transmit+ เขียว ส้ม
3 Receive+ ขาวส้ม ขาวเขียว
4 N/A น้ำเงิน น้ำเงิน
5 N/A ขาวน้ำเงิน ขาวน้ำเงิน
6 Receive- ส้ม เขียว
7 N/A ขาวน้ำตาล ขาวน้ำตาล
8 N/A น้ำตาล น้ำตาล

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2551


เรียนวันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2551
ข้อสอบเรื่องเครือข่ายอีเทอร์เน็ต หรือ IEEE 802.3

1 อีเทอร์เน็ตถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทใด
ก. Xeoxr
ข. Xexor
ค. Xerox
ง. Xeorx
2. อีเทอร์เน็ตได้พัฒนามาจากรากฐานบนเครือข่ายแบบใด
ก. Packet
ข. Radio
ค. Packet Radio
ง. Bus
3. อีเทอร์เน็ตมีความเร็วในการถ่ายข้อมูลครั้งแรกกี่เมกกะบิตต่อวินาที
ก. 1 เมกะบิตต่อวินาที
ข. 2 เมกะบิตต่อวินาที
ค. 4 เมกะบิตต่อวินาที

ง. 3 เมกะบิตต่อวินาที
4. การนำเสนอข้อมูลออกเป็นส่วนๆเรียกว่าอะไร
ก. แพกกิ้ง
ข. แพกก้า
ค. แพกเก็ต
ง. แพกเกต
5. อีเทอร์เน็ตใช้วิธีการส่งสัณญาณแบบใด
ก. เบสแบนด์
ข. บอยแบนด์
ค. เบิร์นแบนด์
ง.แบนด์
6. ฟาส์ตอีเทอรร์เน็ตเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร
ก. อีเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ
ข. อีเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ค. อีเทอร์เน็ตความเร็วช้า
ง. อีเทอร์เน็ตความเร็วปกติเฉลย ข
7. ฟาสต์อีเทอร์เน็ตได้ถูกออกแบบมาเพื่อติดตั้งเครือข่ายในรูปแบบใด
ก. ดาว
ข. วงแหวน
ค. กระจาย
ง. ต่อเนื่อง
8. เฟรมอีเทอร์เน็ตขนาดเล็กสุดจะมีความจุที่กี่ไบต์
ก. 72
ข. 75
ค. 85
ง. 82
9. ฟาส์ตอีเทอเน็ตไม่สนับสนุนในการเชื่อมต่อแบบใด
ก. วงแหวน
ข. ดาว
ค. แพกเกต
ง. บัส
10. อีเทอร์เน็ตความเร็วสูงแตกต่างจากอีเทอร์เน็ตอย่างไร
ก. การรับส่งข้อมูล
ข. สายCAT5e
ค. การ์ดเครือข่าย
ง. สายUTP
ข้อสอบปรนัยคำสั่งตรวจซ่อม
1. คำสั่ง Ping ใช้ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข. ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
2. คำสั่ง ipconfig ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข. ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
3. คำสั่ง ART ใช้ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข. ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
4. คำสั่ง nslooknp
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข.ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
5. วิธีใช้คำสั่ง Ping มีวิธีการแบบใด
ก. start --- Run ---ms-Dos Prompt
ข. start---Programs---ms-Dos prompt
ค. Start---program---Run
ง. start---shutdown---ok
6. ถ้าต้องการตรวจสอบ Option ของ Ping ควรใช้คำสั่งแบบใด
ก. Ping ?
ข. Ping /?
ค. Ping/=
ง.Ping
7. วิธีการตรวจสอบคำสั่ง Ping ใช้โปรแกรมใด
ก. shert
ข. Dos
ค. Run
ง. controipanal
8. คำสั่ง neststat ใช้ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข. ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ดูแลสถิติในระบบ
ง. ตรวจสอบขั้วปลายทาง
9. คำสั่งอื่นๆที่น่าสนใจคือคำสั่งอะไร
ก. Cast
ข. grat
ค. ipconfig/all
ง. Ping /?

10. คำสั่งในการตรวจซ่อมทั้งหมดมีกี่คำสั่ง
ก. 5
ข. 6
ค. 7
ง. 8

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2551


วันอังคาร, มิถุนายน 17, 2008

เรียนวันอังคารที่ 17มิถุนายน 2551


ข้อ 1 CIDR teble ckass A.B.C

ข้อ 2 ออกข้อสอบ ปรนัย (พร้อมเฉลย)

ข้อ 3 ออกข้อสอบ อัตนัย (พร้อมเฉลย)

ข้อ 4 VLSM



1.1 Class A

N.H.H.H 11111111.110000000.00000000.00000000

Mark Subne mark subet Host Subnet*host

2 255.192.0.0 2 4194302 9



1.2 Class B

N.N.H.H 11111111.11111111.11111100.00000000

Mark Subne mark subet Host subnet*host

7 255.255.24.0 126 510 64.260



1.3 Class C

N.N.N.H 11111111.11111111.11111111.11111100

Mark subne mark subet Host subnet*host

5 255.255.255.236 30 8 240



====================================================================


ข้อ 2 ออกข้อสอบ ปรนัย (พร้อมเฉลย) 10 ข้อ

1. mask 2 bit ของclass a ได้กี่subneta.

ก. 2^2= 4-2=2

ข. 2^9=512-2= 510

ค. 2^17=131072-2131070

ง. 2^15=131072-2231070

2. class b mark bit คือ 7 จะได้ subnet mark เท่าไหร่
ก. 255.255.252.0

ข. 255.255.224.0

ค. 255.255.240.0

ง. 255.255.254.0

3. class c = 255.255.255.224.0 ได้มาอย่างไร่

ก. 128+46+32

ข. 128+64

ค. 128+32

ง. 128+16

4. ไอพีแอดเดรสที่ใช้กันส่วนใหญ่มีกี่บิต
ก. ขนาด 32 บิตหรือ 4 ไบต์

ข. ขนาด 4บิต

ค. 8บิต

ง. 16บิต

5. IP Address Class A สามารถเชื่อมต่อได้กี่เครือข่าย
ก. 100 เครือข่าย

ข. 112 เครือข่าย

ค. 120 เครือข่าย

ง. 126 เครือข่าย

6.mark 6 bit ได้ class A หมายเลข subnetmark คือ

ก. 255.255.0.0

ข. 255.255.192.0

ค. 255.255.255.0

ง. 255.255.192.255

7. mark 4 bit ได้ class C ได้กี่ host

ก. 2^5=32-2=30

ข. 2^4=16-2=14

ค. 2^3=8-2=6

ง. 2^2=4-2=2

8. class b = 255.255.254.0 ได้มาอย่างไร่

ก. 128+64+32+16+8+4

ข 128+64+32+16+4+2 ง

ค. 128+64+32+8+4+2

ง. 128+64+32+16+8+4+2

9. bit ที่ถูกยืมมา 2 เขียนเป็นเลขฐาน 2 ได้อย่างไร

ก. 11000000

ข. 00000001

ค. 11111111

ง. 00000000

10. CLASS ได้แก่

ก. N .N.N.N

ข. N .N.H.H

ค. N .H.H.H

ง. N .N.N.H

=====================================================================

ข้อ 3 ออกข้อสอบ อัตนัย (พร้อมเฉลย) 10 ข้อ


1. mark 5 bit ได้ class A ได้กี่ subnet
ตอบ 2^5 = 32 - 2 = 30 subnet

2. mark 7bit ได้ class B หมายเลข subnetmark คือ อะไร
ตอบ 255.255.254.0 subnetmark


3. mark 4 bit ได้ class B หมายเลข subnetmark คืออะไร
ตอบ 2^9=512-2=510



6. mark 7 bit ของ Class C ได้กี่ Subnet
ตอบ 2^7 = 128 - 2 = 126 Subnet


5. mark 6 bit Class A หมายเลข Subnet อะไร
ตอบ 255.252.0.0

6. Mark 8 bit ได้ Class A ได้กี่ subnet
ตอบ 2^8 = 256-2 = 254 subnet

7. 10 Mark 12 bit ได้ Class A ได้กี่ subnet
ตอบ 2^12 = 4,096-2 = 4094 subnet

8. Mart 3 bit ของ Class C ได้กี่ Hostตอบ2^5
ตอบ 32 -2 = 30 Host

9. หมายเลข Subnet ที่ถูกต้องเป็นหมายเลขอะไรบ้าง ??
ตอบ Subnet แรก 192.168.100.0 1 000000 192.168.100.64

Subnet สอง 192.168.100. 1 0 000000 192.168.100.128

10. mask 6 bit ของclass c ได้กี่ host
ตอบ 2^2=4-2=2

====================================================================



วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2551


วันพุธ, มิถุนายน 11, 2008

เรียนวันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2551


2.สรุป basic ‘s datacommunication
========================
IP Addressรูปแบบของไอพีแอดเดรสมีขนาด 32 บิตประกอบด้วยเลข 2 ส่วน
1.เลขเครือข่าย (network number)2.เลขโฮสต์ (host number)
รูปแบบการเขียน “dotted decimal”แบ่งเป็น 4 ไบต์ คั่นแต่ละไบต์ด้วยจุด (dot)เช่น
192.168.1.230 ( 11000000 10101000 00000001 11100110) 192 168 1 230
ความสำคัญของเลขเครือข่ายและโฮสต์เราเตอร์ (Router) ใช้เลขเครือข่ายเลือกเส้นทางส่ง packet โฮสต์ที่มี netid ชุดเดียวกัน จะอยู่เครือข่ายเดียวกันสื่อสารกันได้โดยใช้เฟรม data-linkไม่ต้องใช้เราเตอร์
การจัดคลาสเครือข่าย8 bit 8 bit 8 bit 8 bit
Class A network host host host
Class B network network host host
Class C network network network host
การจัดคลาสเครือข่าย บิตที่
8 7 6 5 4 3 2 1
ค่าประจำบิต128 64 32 16 8 4 2 1
ค่าประจำบิต27 26 25 24 23 22 21 20
ตัวอย่าง11001010 = 128 64 0 0 8 0 2 0
ผลลัพธ์128+ 64 + 0 + 0 + 8 + 0 + 2 + 0 = 202
ตัวอย่างการกำหนดเครือข่าย(network) 192.168.1.0
Network 192.168.1.0
Default subnet mask 255.255.255.0
prefix 24 bit เนื่องจากเป็น IP ใน class Cจะมีเลขโฮสต์ขนาด 8 บิต สำหรับทำ
subnet ต้องการให้มี subnet ละอย่างน้อย 25 โฮสต์ จำนวนบิตสำหรับเลขโฮสต์ 5 บิต (25 -2 = 30)
เหลือจำนวนบิตสำหรับทำ subnet 3 บิต (23 -2 = 6) ทำ subnetไซเดอร์ (CIDR)
11000011 00000000 00100000 00000000 = 195.0.32.
011000011 00000000 00100001 00000000 = 195.0.33.0
11000011 00000000 00100010 00000000 = 195.0.34.0
11000011 00000000 00100011 00000000 = 195.0.35.0
subnet 11111111 11111111 11111100 00000000 = 255.255.252.0
Private IP Address
Class A 10.0.0.0 – 10.255.255.255 1 ชุด class A
Class B 172.16.0.0 – 172.31.255.255 16 ชุด class B
Class C 192.168.0.0 – 192.168.255.255 256 ชุด class C


3.OSI ModelApplication Layer
=====================
7 Application Layer
6 Presentation Layer
5 Session Layer
4 Transport Layer
3 Network Layer
2 DataLink Layer
1 Physical Layer

4.Basic’s IP Address
==============
มีขนาด 32 บิตประกอบด้วยเลข 2 ส่วนเลขเครือข่าย
(network number)เลขโฮสต์ (host number)
รูปแบบการเขียน “dotted decimal”แบ่งเป็น 4 ไบต์ คั่นแต่ละไบต์ด้วยจุด (dot)เราเตอร์ (Router)
ใช้เลขเครือข่ายเลือกเส้นทางส่ง packet โฮสต์ที่มี netid ชุดเดียวกัน
จะอยู่เครือข่ายเดียวกันสื่อสารกันได้โดยใช้เฟรม data-linkไม่ต้องใช้เราเตอร์โฮสต์ที่มี netid ต่างกัน จะอยู่จะอยู่ต่างเครือข่ายเราเตอร์จะส่ง packet ข้ามเครือข่าย

5.แปลง IP
========
1.29.143.26.68
2.98.68.72.85
1. 29. 143 . 26. 68
128 64 32 16 8 4 2 1
0 0 0 1 1 1 0 1
1 0 0 0 1 0 1 1
0 0 0 1 1 0 1 0
0 1 0 0 0 1 0 0
== 29 .143. 26. 68 = 00011101.10001011.00011010.01000100
2. 98.68.72.85
128 64 32 16 8 4 2 1
0 1 1 0 0 0 1 0
0 1 0 0 0 1 0 0
0 1 0 0 1 0 0 0
0 1 0 1 0 1 0 1
== 98. 68. 72. 85 = 01100010.01000100.01001000.01010101

6.CIDR•/23•/15•/18
===============

/23 = 11111111.11111111.11111110.00000000
Network = 128+64+32+16+8+4+2 = 254
Host?? = 2^9 = 512 – 2 = 510
/15 = 11111111.11111110.00000000.00000000
Network = 128+64+32+16+8+4+2 = 254
Host?? = 2^17= 131072-2 = 131070
/18 = 11111111.11111111.11000000.00000000
Network = 128+64 = 192
Host?? = 2^14 = 16384 – 2 = 16382















วันพุธ, มิถุนายน 11, 2008

เรียนวันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2551

Data Communications Tuesday ,2008
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: Chaloempol Yokyuth (geng_gtr@hotmail.com)
http://chaloempol.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: Parina Polngam (nongnanfar@hotmail.com)
http://parina-nang.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ณัฐวุฒิ วรรณา (kon.jai.ray@hotmail.com)
http://e-wutdy.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: วีระชัย ชินทอง (weerachaidong@hotmail.com)
http://weedong.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ศิริลักษณ์ ใจโชติ (tum.naruk@hotmail.com)
http://pinkzosay.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นางสาวธนาภา บุญร่วม (tip21_@hotmail.com)
http://tanapa.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY
From: ความรักทำให้คนตาบอด บูดาเบส (b_boy.eg@hotmail.com)
นายเอกวิทย์ ประทีปธนากร 491225226
http://ekawit.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: pornpun intanun (nuthicha@hotmail.com)
http://nuthicha.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นางสาวสุนันทา จันมนตรี (rosri21@hotmail.com)
http://rosri.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นิโรบล ศรีวิชัยยศ (tanoy17@hotmail.com)
http://yakumi-tanoy.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ธวัชชัย ปรือปรัง (sek.7@hotmail.com)
http://dekduecub.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นายสุวัฒน์ บัวจันทร์ (kero_pee_1@hotmail.com)
http://keropee.blogspot.com//
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ประครอง วันทะวงษ์ (auto_7991@hotmail.com)
http://roseka.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ชัชวาล ถิ่นนาไห (dexonhud@hotmail.com)
URL: http://chadchawal.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: สมปอง แสงสิงห์ (sompong.sangsing@hotmail.com)
http://sompong19.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ธงชัย ราชสิงห์ (pktp_9@hotmail.com)
http://dexhudmai.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: วิทยา สุดหล้า (teawit.la@hotmail.com)
http://longchimyung.blogspot.com/
YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

แนะนำตัวเอง


วันอังคาร์ที่ 3 มิถุนายน 2008

ชื่อนายแสงอนันต์ ดวนใหญ่
โปรแกรมวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
รหัส 4912252258




NAME HEX BINARY
M 4E 1000 1110
R 52 0101 0010

S 53 0101 0011
A 41 0100 0001
N 4D 0100 1101
G 47 0100 0111
A 41 0100 0001
N 4D 0100 1101
A 41 0100 0001
N 4D 0100 1101

D 44 0100 0100
U 55 0101 0101
A 41 0100 0001
N 4D 0100 1101
Y 59 0101 1001
A 41 0100 1101
I 49 0100 1001

P 50 0101 0000
R 52 0101 0010
O 4F 0100 1111
G 47 0010 1111
R 52 0101 0010
A 41 0100 1101
M 4E 1000 1110


C 43 0010 1011
O 4F 0100 1111
M 4D 0100 1101

S 53 0101 0011
I 49 0100 1001

G 47 0010 1111
N 4D 0100 1101

C 43 0100 0011
O4F 0100 1111
D 44 0100 0100
E 45 0100 0101

4 34 0011 0100
9 39 0011 1001
1 31 0011 0001
2 32 0011 0010
2 32 0011 0010
5 35 0011 0101
2 32 0011 0010
2 32 0011 0010
5 35 0000 0101
8 38 0011 1000